เพื่อการพัฒนาบุคลากรและองค์กร และการนำไปปฏิบัติจริงได้

HRI (Thailand) Co., Ltd. เพื่อการพัฒนาบุคลากรและองค์กร และการนำไปปฏิบัติจริงได้

Voices of Participants Vol.1
"What is it about HRI Online Seminars?"

"ทาง HRI ได้ให้เราลองทำในช่วง Workshop แล้วมีเวลาช่วง Discuss กันแบบนี้ ผมมองว่ามันได้ฝึก...
มันเป็นการฝึกที่ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์ พอเราได้ลองจริงๆ  มันสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า..."

บทสัมภาษณ์ความรู้สึกที่ได้ร่วมเข้าอบรมออนไลน์กับ HRI Thailand
คุณเบ๊นซ์ Voith Paper (Thailand) Co., Ltd.

                                                                                                                    ผู้ให้สัมภาษณ์

  •  คุณ ปณิธาน มีสวัสดิ์ (เบ๊นซ์)                                                     Sales Manager of Products & Services Division
  •  จากบริษัท Voith Paper (Thailand) Co., Ltd.         ประสบการณ์ทำงาน 1.3 ปี
  •  Participate in HRI’s Online Couse :                           Presentation Skill กับ Facilitation Skill                               ในเดือนมิถุนายน 2564                                                                

Q: วันนี้ต้องขอบพระคุณคุณเบ๊นซ์มากนะคะที่สละเวลามาให้สัมภาษณ์ สอบถามสถานการณ์ช่วงนี้หน่อยค่ะว่าเป็นยังไงบ้าง ต้อง WFH กันไหมคะ

คุณเบ๊นซ์ : ออฟฟิตของผม จริงๆแล้วมีพนักงานประมาณ 10 ถึง 20 คนครับ ส่วนใหญ่ปกติงานของพวกผมก็จะไม่ค่อยได้เข้าออฟฟิตกันอยู่แล้ว      ส่วนใหญ่ก็คือจะ WFH กันเป็นหลัก เพราะว่าต้อง Deal งานกับต่างประเทศ พอบางทีเข้าออฟฟิตก็เหมือนทำงานคนเดียวเหมือนเดิมเพราะว่าเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ทำอยู่ที่ต่างประเทศหมดเลย

Q: แล้วถ้าพูดถึงในส่วนของ Scope งานของคุณเบ๊นซ์บ้างล่ะคะ

คุณเบ๊นซ์ : งานที่พวกผมทำอยู่ตอนนี้ หลักๆเลยเราทำเกี่ยวกับอุตสาหกรรมกระดาษ จะเป็นงานในส่วนของเซลล์เป็นหลักครับ คือ บริษัท Voith ที่ทำอยู่ปัจจุบันเป็น Hub ที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่ง Hub หลักจะอยู่ที่ อินโดนีเซีย และ Hub ที่ใหญ่กว่าจะอยู่ที่จีน ทำงานร่วมกับกลุ่ม Hub ในอาเซี่ยนที่คอยซัพพอร์ตเรา อาจจะเป็น ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย หรือจีน เป็นต้นขึ้นอยู่กับเนื้องานครับ

Q: เรื่องการติดต่อทำงานร่วมกับผู้คนต่างชาติ ต่างวัฒนธรรม ถือเป็นเรื่องยากไหมคะ

คุณเบ๊นซ์ : แรกๆ ยากครับ ก็จะมีปัญหาเรื่อง Culture ที่แตกต่าง คือแต่ละประเทศก็จะมีสไตล์การทำงานไม่เหมือนกัน บางครั้งเรา    อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำแบบนี้ แต่ว่าที่คุ้นเคยที่สุดก็น่าจะเป็นคนญี่ปุ่น เพราะว่าถ้าได้ Deal กับคนญี่ปุ่นก็คือ คนญี่ปุ่น กับ คนไทย      ก็เหมือนมีที่เรียกว่า มีความถ้อยที ถ้อยอาศัยกันมากกว่า แล้วผมก็มีประสบการณ์และคุ้นเคยกับการทำงานกับคนญี่ปุ่นมาก่อน ก็เลยง่ายกว่าสไตล์ของประเทศอื่นๆครับ

Q: ถามในส่วนของการมาเรียนคอร์สออนไลน์กับ HRI คุณเบนซ์ได้เคยมีประสบการณ์การอบรมในรูปแบบออนไลน์มาก่อนไหมคะ?

คุณเบ๊นซ์ : เทรนนิ่งปกติเคย แต่ออนไลน์นี่ครั้งแรกเลยครับ เพราะก่อนหน้านี้คือผมเวลาไปไหนก็จะเทรนนิ่งแบบ Face to face ตลอด หรือไม่ก็เป็น Internal Training ซะมากกว่า และเคยอบรมในรูปแบบ e-Learning แบบระบบที่ให้เราเข้าไป Access ในเว็บไซต์ของเขา  และก็ให้ไปเรียน ซึ่งมันก็เหมือนอารมณ์เรียนกวดวิชาสมัยก่อน ก็คือมีวีดีโอขึ้นมาและเราก็นั่งจด ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็กรอกลับ

Q: แล้วเป็นยังไงบ้างคะหลังจากที่ได้ทดลองอบรมแบบออนไลน์ในครั้งแรก ความคาดหวังก่อนที่เข้ามาอบรมเป็นยังไง?

คุณเบ๊นซ์ : คิดว่าน่าจะไม่เหมือนแบบที่ Workshop กันตัวต่อตัว แต่พอได้ลองจริงๆผมรู้สึกมันโฟกัสได้มากกว่าตอนอบรมแบบ        Face to face เพราะว่ามันไม่ได้มองอะไรเลยนอกจากจออย่างเดียว และก็ผมรู้สึกว่ามันควบคุมเวลาได้ง่ายกว่า ผมคิดว่ามันก็คือข้อที่แตกต่าง แต่สุดท้ายแล้วผมก็ยังคิดว่ามันก็ยังทดแทนการพูดคุยแบบตัวต่อตัวไม่ได้ ผมก็คิดว่ามันทดแทนกันได้ในเรื่องอื่น ซึ่งมันก็ดีเสีย ไม่เท่ากัน

     ข้อดีอย่างอื่นหลังจากที่เราเรียนออนไลน์ไปแล้ว ผมมองว่ามันน่าจะเป็นส่วนของเนื้อหาครับ คือเวลาที่เราเรียนข้างนอกอาจจะดีที่ว่าเราได้เห็นหน้าค่าตากัน แต่ว่าเรื่องของการโฟกัสในเนื้อหาการเทรนนิ่งมันอาจจะไม่ได้เข้มข้น หรือเราอาจจะมีคุยเล่นกับเพื่อน หรือมองโน่นนี่อย่างอื่นรอบตัวเรา

     แต่ว่าพอมาได้เรียนแบบออนไลน์ แล้วผมทำงานอยู่ที่บ้าน ผมใช้คอม 2 จออยู่แล้ว เปิดกล้องสอนไว้จอหนึ่ง เปิดสไลด์ที่คุณส่งมาอีกจอหนึ่ง มันเหมือนมันโฟกัสเนื้อหาได้มากกว่า แล้วผมก็รู้สึกว่าการเรียนออนไลน์คือเหมือนเราไม่ต้องแย่งกันพูด คือพอถึงตาเราพูดก็พูด    ถึงตาเราฟังเราก็ฟัง แบบนี้ผมมองว่ามันง่ายกว่าและมันจัดการได้ง่ายกว่า กับการที่เรียนเป็นกรุ๊ปใหญ่ๆ ที่อาจมีการแย่งกันพูดบ้าง  เสียงดังโวยวาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ สำหรับผมคิดว่าเรียนออนไลน์แบบนี้ก็ดีกว่าเหมือนกัน

     ในส่วนของการทำ Workshop ตอนแรกผมคิดว่าเราจะแบ่งกันยังไง? สรุปผมก็เพิ่งรู้ว่า Zoom ก็แบ่งแบบนี้ (Breakout function) ได้ด้วย ผมก็เลยคิดว่า ถ้างั้นก็ไม่ต่างกันเลยกับการเทรนนิ่งปกติ ประมาณนั้นครับ

Q: จุดเด่นที่ทางคุณเบนซ์เห็นว่า เป็นข้อแตกต่างของ HRI จากการอบรมหรือการเรียน e-Learning ทั่วๆไป อย่างที่เห็นได้ชัดเลย คุณเบนซ์คิดว่าเป็นเรื่องไหนคะ?

คุณเบ๊นซ์ : จุดเด่นผมคิดว่าน่าจะเป็นที่เนื้อหาและการได้ฝึกฝน ผมมองว่าจริงๆแล้วเรื่องที่อบรมเป็นอะไรที่รู้กันอยู่รอบตัวเรา แต่อาจจะไม่เคยมีโอกาสได้ใช้มันจริงๆ ซึ่งผมมองว่าการที่ได้ลองทำจริง แล้วทาง HRI ได้ให้เราลองทำ  ในช่วง Workshop แล้วมีเวลาช่วง Discuss กันแบบนี้ ผมมองว่ามันได้ฝึก และยิ่งมันเป็นการฝึกประชุมผ่านกล้อง     ได้ฝึกสมาธิอยู่กับตัวเอง ผมก็เลยมองว่ามันเป็นการฝึกที่ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์

     คือเหมือนได้นำไปใช้จริง ได้ทดลองจริง อย่างบางที่อาจจะเหมือนแค่ว่า บรรยายไป  พูดไป เข้าใจหรือไม่เข้าใจอาจจะยังไม่ชัวร์ แต่พอเราได้ลองจริงๆ  มันสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนกว่า                                                                         

Q: หลายๆท่านที่อาจจะยังไม่เคยอบรมผ่านระบบออนไลน์ อาจจะยังมีข้อกังวลว่าจะโอเคไหม หรือสภาพแวดล้อมในการเรียน
อาจจะทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงได้ 100% คุณเบ๊นซ์มีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ?

คุณเบ๊นซ์ : ผมชอบเพราะว่ามันสงบดีครับ ข้อดีคือมันไม่ต้องไปไหน เราอยู่ตรงนี้ได้เลย และผมมองว่ามันสะดวก ที่ชอบที่สุดคือมันได้โฟกัส มันสงบมากๆ และก็พอเวลาทำ Workshop ที่ Break out discussion room มันทำให้ผมมีเวลาได้ถกกับเพื่อนๆในกลุ่ม ทุกคนก็จะมีเวลาเตรียมการพูดหรือ Worksheet ของตัวเอง ผมคิดว่าการเรียนออนไลน์แบบนี้ทำให้เกิดการตอบโต้กันได้ค่อนข้างไว ผมชอบแบบนี้มากกว่า

     ยกตัวอย่างในคอร์ส Presentation skill ซึ่งเราต้องมีการเตรียมทำ PowerPoint กันจริงๆเพื่อนำเสนอ ทุกคนมีโอกาสได้ทำสไลด์    ทำเดี๋ยวนั้นเลย ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่ถ้าเราเทรนนิ่งแบบ Face to face เราจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ทุกอย่างจะเป็นแค่การยกประเด็นมาคุยกันซะส่วนใหญ่ แต่ตอนนี้คือมันมีโปรแกรม เราก็เอาภาพจากในคอมมาคุยกันแบบนี้ ผมคิดว่ามันก็ดีนะครับ

Q: ข้อเสียของการอบรมแบบออนไลน์ล่ะคะ?

คุณเบ๊นซ์ : ผมคิดว่ามันไม่สามารถเห็นตากันตรงๆได้ คือพอมันไม่สามารถที่จะมอง Eye contact มันหายไปเลย ซึ่งผมมองว่าอันนี้มันเป็นอะไรที่ทดแทนกันไม่ได้

Q: แล้วถ้าพูดถึงตัวเนื้อหาที่สนใจหรือน่าจะมีในการอบรมออนไลน์ คิดว่าเป็นเรื่องไหนที่คุณเบ๊นซ์สนใจอยู่คะ?

คุณเบ๊นซ์ : อย่างตอนนี้คือ เซลล์หลายๆคนเจอปัญหาแบบผมคือ หาลูกค้าไม่ได้ เดินทางไม่ได้ เพราะถูกห้ามเดินทางถูกไหมครับ แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนให้มาประชุมออนไลน์ อย่างเช่นตอนนี้เราจะนัดยังไงให้โดนใจลูกค้า หรือว่านัดคุยยังไงให้ลูกค้า Accept เรามากขึ้น เพราะว่าตอนนี้ลูกค้าหลายๆที่คือ ถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาก็จะมีความรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้อง Meeting ออนไลน์ โทรเอาก็ได้สิ อะไรอย่างนี้ ซึ่งตอนโทรเอามันก็ ความสำคัญ หรือว่าความโฟกัสของลูกค้ามันก็จะลดลง ซึ่งอยากจะทำให้ได้เหมือนเมื่อก่อน อยากเรียนว่าควรมี Way of communication ยังไงให้ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้

Q: สุดท้ายแล้ว อยากจะฝากอะไรถึงบางท่าน ที่ยังอาจจะไม่เคยทดลองอบรมแบบออนไลน์ หรือยังลังเลที่จะทดลองเรียนออนไลน์ บ้างไหมคะ?

คุณเบ๊นซ์ : ถ้าพูดถึงสถานการณ์ในตอนนี้ คิดว่าออนไลน์ก็ยังเป็นทางออกที่น่าสนใจอยู่ครับ ถ้าสมมุติไปเจอกันตัวต่อตัวแล้วต้องคุยกันใส่หน้ากากอยู่ดี ผมคิดว่ามันก็ไม่สนุก คือยังคงต้องระวังตัวกัน ถ้าสมมุติว่าเราคุยกันผ่านออนไลน์อย่างนี้ มันก็น่าจะง่ายกว่า อีกอย่าง พอลองได้ใช้ Zoom ดูก็รู้ว่ามันมี Function ดีๆหลายอย่างที่เหมาะกับการเรียนออนไลน์ เช่น สามารถ Break Out ได้ สามารถมีบอร์ดให้เขียนเล่นได้ มันก็เป็นอะไรที่ แปลกใหม่ดี สนุกดีครับ แล้วผมคิดว่ามันน่าจะแก้ปัญหาของใครหลายๆคนได้

วันนี้เราก็ได้ทราบถึงข้อมูลดีๆจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่ผ่านคอร์สอบรมกับ HRI Thailand

ท่านไหนสนใจทดลองอบรมออนไลน์กับทางเรา สามารถเช็ครายละเอียดและตารางอบรมเพิ่มเติมได้ที่ คลิก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า